บทความ: บริหารจัดการเงิน
เตรียมพร้อมลูกสู่ศตวรรษที่ 21 ผ่านการวางแผนการศึกษา
โดย นรินทร์ เอกวงศ์วิริยะ นักวางแผนการเงิน CFP®
ศตวรรษที่ 21 เป็นยุคแห่งความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและยุคที่ทั้งโลกถูกเชื่อมโยงกันด้วยอิทธิพลของเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เด็กที่เติบโตในศตวรรษที่ 21 การทำงานอาจไม่จำเป็นต้องอยู่ในสายวิชาชีพที่เรียนมา และมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา จึงไม่เพียงแต่ต้องเก่งด้านวิชาการ แต่ต้องมีทักษะสำคัญในการดำเนินการชีวิตด้วย ทักษะ 4 ด้านที่จำเป็นสำหรับอนาคตที่มีสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้าง ประกอบด้วย
- ทักษะพื้นฐานต่างๆ หรือทักษะความรู้ เช่น การคำนวน การอ่านเขียน และภาษา
- ทักษะการเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์ เช่น การมีความคิดสร้างสรรค์ การคิดเป็นระบบ การแก้ไขปัญหา และการสื่อสาร
- ทักษะชีวิตและอาชีพ เช่น การปรับตัวและการทำงานร่วมกับคนอื่นแบบทีม เป็นต้น
- ทักษะด้านดิจิทัลเทคโนโลยี่ต่างๆ
ปัจจุบันเริ่มมีแนวคิดว่าในอนาคตนั้นวุฒิการศึกษาและปริญญาบัตรยังมีความสำคัญอยู่หรือไม่ มีข้อมูลและบทความที่สนับสนุนการมุ่งตรงไปฝึกงานอาชีพนั้นโดยตรงเพื่อสะสมประสบการณ์แทนการเข้าเรียนมหาวิทยาลัย คนรุ่นใหม่ก็สนใจงานที่เป็นอิสระมากขึ้น ครอบครัวที่มองถึงอนาคตของลูกจึงต้องวางแผนเพื่อการศึกษาให้สอดคล้องกับแนวทางอาชีพที่เปลี่ยนไป รวมทั้งความสนใจ ความสามารถ และความถนัดของลูก พ่อแม่จึงไม่เพียงแต่ต้องวางแผนการศึกษาในโรงเรียนเท่านั้น แต่ควรช่วยเตรียมทักษะความพร้อมในด้านอื่นให้ลูกด้วย การวางแผนการศึกษาจึงมีความซับซ้อนกว่าเดิมและอาจจำเป็นต้องวางแผนการเงินควบคู่ไปด้วย โดยคำนึงถึง
- ค่าเทอมต่อปีของโรงเรียนต่างๆ มีช่วงกว้างตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนปลายๆ ข้อมูลของโรงเรียนเอกชนชั้นนำพบว่าค่าเทอมต่อปีอยู่ในช่วง 60,000 – 180,000 บาทต่อปี ขณะที่โรงเรียนสองภาษามีค่าเล่าเรียนในช่วง 100,000 – 300,000 บาท สำหรับโรงเรียนนานาชาติอยู่ในช่วง 300,000 – 700,000 บาทต่อปี อย่างไรก็ตามข้อมูลเหล่านี้เป็นเพียงข้อมูลจากการสุ่มโรงเรียนบางส่วนเท่านั้นและไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นที่โรงเรียนเรียกเก็บ เมื่อต้องการเริ่มวางแผนการศึกษาควรสอบถามข้อมูลจากโรงเรียนที่สนใจเพื่อให้การวางแผนมีความถูกต้อง
- ระดับชั้นเรียนที่สูงขึ้นมีค่าเทอมที่เพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย ยกตัวอย่างจากโรงเรียนนานาชาติ 2 แห่งที่เผยแพร่ค่าเล่าเรียนไว้บนเว็บไซต์ของโรงเรียนให้เห็นภาพของค่าเทอมที่เพิ่มสูงขึ้นในแต่ละระดับชั้นเรียน การวางแผนการเงินเพื่อการศึกษาจึงต้องคำนึงถึงค่าเทอมในชั้นปีต่างๆ ด้วย
โรงเรียนนานาชาติ 1 |
โรงเรียนนานาชาติ 2 |
||||
ระดับชั้นเรียน |
ค่าเทอมต่อปี (บาท) |
เปรีบบเทียบปีเริ่มแรก |
ระดับชั้นเรียน |
ค่าเทอมต่อปี (บาท) |
เปรีบบเทียบปีเริ่มแรก |
Year 1 - Year 5 |
729,900 |
Primary 1 - 2 |
393,800 |
||
Year6 - Year 8 |
813,500 |
Primary 3 - 4 |
428,400 |
||
Year 9 - Year 11 |
905,500 |
Primary 5 - 6 |
474,700 |
||
Year 12 - Year 13 |
949,800 |
130.1% |
Grade 7 - 8 |
509,400 |
|
|
|
Grade 9 - 10 |
544,300 |
||
|
|
Grade 11 - 12 |
659,900 |
167.6% |
- การวางแผนการศึกษาต้องคำนึงถึงเงินเฟ้อเพื่อการศึกษาที่ค่าเทอมจะปรับเพิ่มทุกๆ ปี อาจใช้อัตราเงินเฟ้อเพื่อการศึกษาที่ประมาณ 5% ในการคำนวณ
- ยังต้องประมาณการค่าใช้จ่ายของกิจกรรมที่พ่อแม่ต้องจ่ายเป็นรายกิจกรรมและค่าใช้จ่ายประจำวันของลูกด้วย
เนื่องจากการศึกษามีระยะเวลาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาจนจบมหาวิทยาลัย ทำให้เป็นการวางแผนการเงินระยะยาวมากกว่า 10 ปี แผนการเงินเพื่อการศึกษาจึงควรประกอบด้วย
ส่วนที่ 1 การสะสมเงินทุนการศึกษาตามเป้าหมายที่วางไว้ |
ส่วนที่ 2 ความคุ้มครองเงินทุนในส่วนที่ยังขาดอยู่ |
แผนการออม + แผนการลงทุน |
แผนความคุ้มครอง |
นอกจากการวางแผนการออมการลงทุนเพื่อเป็นเงินทุนสำหรับการศึกษา ควรวางแผนการคุ้มครองความสามารถในการออมของพ่อแม่ ด้วยการทำประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองเงินทุนการศึกษาส่วนที่ยังขาดทำให้แผนการศึกษาสามารถเดินไปได้โดยไม่สะดุด การสร้างความคุ้มครองจึงควรมีความยืดหยุ่นเพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความพร้อมทางการเงินและเป้าหมายที่อาจเปลี่ยนแปลงไปในช่วงใดช่วงหนึ่งด้วย
สุดท้ายขอฝากว่าการวางแผนการศึกษาของลูกควรเริ่มตั้งแต่เนิ่นๆ สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการวางแผนด้วยตนเองอาจลองปรึกษานักวางแผนการเงินให้ช่วยจัดทำแผนการศึกษาที่เหมาะสมกับความพร้อมและเป้าหมายของครอบครัว เพื่อให้ลูกสามารถพัฒนาความพร้อมด้านต่างๆ สู่การเติบใหญ่และก้าวไปในอนาคตอย่างมั่นคง