logo
  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับสมาคม
  • ประเภท/สิทธิประโยชน์ของสมาชิก
  • เอกสารดาวน์โหลด
  • แหล่งข้อมูล
  • FAQ
  • ติดต่อเรา
Previous Next
แหล่งข้อมูล
  • ประกาศสมาคม
  • ข่าวสมาคม
  • กิจกรรมสมาคม
  • เอกสารเผยแพร่
  • วิดีโอ
  • หน่วยงานพันธมิตร
บทความ: เกษียณ

“เก็บเงิน 5 ล้าน เพื่อเตรียมเกษียณ”

หนูอายุ 35 ปี ทำงานเป็นพนักงานประจำบริษัทไอที รายได้ประมาณ 40,000 บาทต่อเดือน มีเงินเก็บประมาณ 200,000 บาท ไม่มีหนี้ แต่ยังไม่เคยลงทุนเลย

เริ่มคิดจริงจังเรื่องเกษียณ อยากมีเงินไว้ใช้ตอนอายุ 60 อย่างน้อย 5 ล้านบาท (เผื่อค่ารักษาพยาบาลด้วย) ช่วยแนะนำแนวทางให้หน่อยได้ไหมคะ ว่าควรออมต่อเดือนเท่าไหร่ ต้องลงทุนอะไร และมีจุดไหนต้องระวังเป็นพิเศษไหมคะ

ปล. หนูยังไม่เคยซื้อประกันสุขภาพเลย ต้องเริ่มด้วยรึเปล่า?

– แก้ม สาวไอที

นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับน้องแก้มที่เริ่มเริ่มวางแผนการเงินเพื่อเกษียณอย่างจริงจังตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมาก เพราะจากรายงานวิจัยของสถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เมื่อ 15 ม.ค. 2013 พบว่า ข้อผิดพลาดในการวางแผนการเงินเพื่อเกษียณที่ทำให้การเตรียมตัวน้อยเกินไป

  1. เริ่มวางแผนช้าเกินควร เริ่มวางแผนเฉลี่ยอายุ 42 ปี
  2. มั่นใจมากเกินควร 71% มั่นใจว่าคุณภาพชีวิตหลังเกษียณจะดีไม่น้อยกว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบัน
  3. ขาดความรู้ความเข้าใจที่เหมาะสม
  4. ประมาณค่าใช้จ่ายหลังเกษียณน้อยเกินควร ส่วนใหญ่มองว่าค่าใช้จ่ายหลังเกษียณจะอยู่ที่ประมาณ 34% ของรายได้ก่อนเกษียณ ทั้งนี้ตามหลักวิชาการ หากต้องการมีชีวิตการเงินที่เป็นสุขหลังเกษียณควรมีรายได้หลังเกษียณประมาณ 50% -70% ของรายได้ก่อนเกษียณ
  5. ประมาณอายุขัยเฉลี่ยน้อยเกินควร ผู้หญิงคาดว่าอายุเฉลี่ยจะอยู่ที่ 76.6 ปี ต่ำกว่าอายุเฉลี่ยจริงของหญิงไทยที่อยู่ที่ 79 ปี
  6. ออมน้อยเกินควร หลายคนมักจะเข้าใจกันว่า ออมเพียง 10% ของรายได้เพียงพอแล้ว แต่ในชีวิตจริง อัตราการออม 10% คือขั้นต่ำ ยิ่งออมมากเท่าไหร่ยิ่งดีกับชีวิตทางการเงินมากขึ้นเท่านั้น เมื่อรายได้มากขึ้น สิ่งที่ควรเพิ่มคือ อัตราการออม สิ่งที่ควรคงที่ คือ ค่าใช้จ่าย
  7. การเกษียณอายุก่อนกำหนด อายุขัยเราเท่าเดิม หลายคนอยากเกษียณก่อนกำหนดเพื่อให้มีเวลาทำในสิ่งที่รัก เช่น การลงทุน การทำธุรกิจ หรือการใช้ชีวิตแบบ Slow Life ฯลฯ แต่จะทำอย่างนั้นได้ต้องมีความพร้อมด้านการเงินมากขึ้นไปอีก เพราะช่วงเกษียณ คือช่วงเวลาที่ไม่มีรายได้ มีแต่ค่าใช้จ่ายจะยิ่งยาวขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้มองถึงความจริงข้อนี้จึงทำให้มีปัญหาการเงินยามเกษียณ

เมื่อน้องแก้มตั้งใจวางแผนเพื่อมีเงินใช้เพียงพอยามเกษียณ งั้นเรามาร่วมกันทำฝันให้เป็นจริงกันนะ

เริ่มจากอันดับแรกเลย เงิน 5 ล้านบาทที่อยากจะมีตอนอายุ 60 คำถามคือ “ตัวเลข 5 ล้านบาทมาจากไหน แล้วถ้าอายุ 60 ปี มีเงิน 5 ล้านจริงๆ จะพอใช้มั๊ย หรือมากเกินไป” จริงๆแล้ว หลายคนไม่สามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้ เพราะมุ่งที่ตัวเลข แต่ไม่ได้มองที่คุณภาพของชีวิตว่า “เงินจำนวนนั้นน้อยไปหรือไม่ คือ ต่อให้มีเงินก้อนนั้น ชีวิตก็ยังมีปัญหาการเงินเหมือนเดิม หรือ มากไปจนทำให้เราเองต้องลำบากทำมาหารายได้ หรือลดรายจ่ายจนเกินจำเป็น หลายคนถึงกับลงทุนที่เสี่ยงสูงๆ เพื่อหวังผลตอบแทนที่มากขึ้นจนมองข้ามความเสี่ยง สุดท้ายเงินที่จะได้มากขึ้นกลับลดน้อยลง”

ดังนั้น เพื่อให้กลัดกระดุมเม็ดแรกได้ถูกต้อง เราก็ควรกำหนดเป้าหมายที่พอเหมาะ ไม่มากไม่น้อยเกินไป

การวางแผนเกษียณต้องคำนึงถึง อำนาจซื้อของเงิน (Purchasing Power) ในอนาคตเป็นหลัก คือควรจะเพียงพอ ต่อการใช้ชีวิตและค่ารักษาพยาบาลตามมาตรฐานที่ต้องการ มาคำนวณเงินที่ควรมีตอนเกษียณพร้อมกันนะ

​การประเมินเป้าหมายเงินเกษียณที่แท้จริง (Real Goal)

​เราจะต้องคำนวณ 3 ส่วนหลัก คือ 1) ค่าใช้จ่ายต่อเดือนในปัจจุบัน, 2) มูลค่าค่าใช้จ่ายในอนาคต (โดยคิดเงินเฟ้อ), และ 3) เงินก้อนที่ต้องมีทั้งหมดเมื่อเกษียณ

​ขั้นที่ 1: ประเมินค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ (มูลค่าปัจจุบัน)

​สมมติฐาน: น้องแก้มต้องการใช้ชีวิตหลังเกษียณโดยมีค่าใช้จ่ายเทียบเท่ากับ 70% ของรายได้ปัจจุบัน (40,000 บาท/เดือน) เพื่อคงมาตรฐานชีวิตที่ไม่ลำบาก

รายการ

การคำนวณ

มูลค่าปัจจุบัน

รายจ่ายต่อเดือน

40,000 บาท x 70%

28,000 บาท/เดือน

รายจ่ายต่อปี

28,000 บาท x 12 เดือน

336,000 บาท/ปี

ขั้นที่ 2: คำนวณผลกระทบจากเงินเฟ้อ (Inflation)

​เราต้องนำค่าใช้จ่ายต่อปีในปัจจุบัน (336,000 บาท) มาคำนวณเงินเฟ้อสะสมเป็นเวลา 25 ปี เพื่อให้รู้ว่าตอนอายุ 60 ปี เราจะต้องใช้เงินเท่าไหร่ต่อปีจึงจะเทียบเท่า 336,000 บาทในวันนี้

  • ​สมมติฐานอัตราเงินเฟ้อ (Inflation Rate): 3% ต่อปี (อัตราเฉลี่ยระยะยาว)
  • ​สูตร: FV = PV × (1 + r)^n

รายการ

การคำนวณ

มูลค่าในอนาคต (อายุ 60 ปี)

รายจ่ายต่อปีที่อายุ 60 ปี

336,000 * (1 + 0.03)^{25}

703,509

​หมายความว่า: ตอนอายุ 60 ปี น้องแก้มต้องใช้เงินประมาณ 703,509 บาทต่อปี (หรือประมาณ 58,625 บาท/เดือน) เพื่อให้มีกำลังซื้อเท่ากับ 28,000 บาทในวันนี้

​ขั้นที่ 3: คำนวณเงินก้อนที่ต้องมีทั้งหมด (Total Required Nest Egg)

​เราต้องประมาณว่าเงินก้อนที่ต้องมีตอนอายุ 60 ปี จะต้องเพียงพอต่อการใช้จ่าย 703,509 บาท/ปี ไปจนถึงอายุขัยที่คาดการณ์ไว้ (สมมติ 85 ปี คือเงินต้องอยู่ได้ 25 ปี)

​สมมติฐานผลตอบแทนหลังเกษียณ: น้องแก้มยังคงลงทุนต่อหลังเกษียณและได้ ผลตอบแทนแท้จริง (Real Rate of Return) หลังหักเงินเฟ้อแล้วที่ 2% ต่อปี ​จากการคำนวณข้างต้น เป้าหมายที่แท้จริงของน้องแก้มควรขยับไปที่ประมาณ 14 ล้านบาท (ไม่รวมค่ารักษาพยาบาล) แทน 5 ล้านบาทเดิม

​ขั้นที่ 4: คำนวณเงินออม/ลงทุนรายเดือนใหม่

​จะต้องออมเงินต่อเดือนมากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับผลตอบแทนที่น้องแก้มจะทำได้

เงินเดือนน้องแก้มอยู่ที่ 40,000 บาท ต้องเสียภาษี 8,600 บาท หรือ เท่ากับภาษี/เดือน 717 บาท เหลือเงินสำหรับใช้จ่ายและออม 39,283 บาท/เดือน

เงินเดือนหลังภาษี

39,283

อัตราผลตอบแทนต่อปี

3%

4%

5%

6%

เงินที่ต้องออมเพื่อเกษียณต่อเดือน

30,441

26,175

22,340

18,914

เงินออมต่อเงินเดือน

77%

67%

57%

48%

จากตารางสมมติน้องแก้มสามารถลงทุนได้ผลตอบแทนจากการลงทุนก่อนเกษียณ (Pre-Retirement)ที่ 5%/ปี (หรือเท่ากับ 0.42%/เดือน) น้องแก้มต้องออมเดือนละ 22,340 บาท หรือเท่ากับ 57% ของเงินเดือน นับว่าเป็นภาระหนักพอดู เพราะน้องแก้มจะเหลือเงินใช้จ่ายเพียงเดือนละ 17,660 บาทเท่านั้น

น้องแก้มอาจเลือกการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น สมมติเป็น 6%/ปี เพื่อจะได้ออมน้อยลงเหลือแค่ 18,914 บาท/เดือน แต่น้องแก้มต้องระวังไว้นะ “การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง มักจะมีความเสี่ยงสูงเช่นกัน” อย่าไปเชื่อใครที่บอกว่า “การันตีให้ผลตอบแทนสูง เงินต้นไม่หาย” พวกนั้นเป็นมิจฉาชีพหลอกลงทุน

​ข้อสังเกต: การลงทุน 22,340 บาท/เดือน นั้นสูงมากเมื่อเทียบกับรายได้หลังภาษี 39,283 บาท น้องแก้มอาจต้อง เพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นเพื่อเพิ่มเงินออม หรือ ขยายระยะเวลาเกษียณ ออกไป

แนวทางการลงทุน

  • เน้นการเติบโตของเงินออม เพื่อให้เงินโตให้มากที่สุด เพื่อสร้างเงินก้อนที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ทำได้ ณ วันที่เกษียณ เพราะชีวิตหลังเกษียณของน้องแก้มจะต้องพึ่งเงินก้อนนี้ ​
  • ศึกษาระบบการออมเงินเพื่อเกษียณ โดยเฉพาะ บำนาญชราภาพกองทุนประกันสังคม ที่จะสร้างรายได้ประจำยามเกษียณ ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายยามเกษียณของน้องแก้มได้
  • กระจายความเสี่ยงด้านจังหวะการลงทุน และสร้างวินัยในการลงทุน เริ่มต้นง่าย ๆ ด้วย การลงทุนแบบ DCA (Dollar-Cost Averaging) หรือการซื้อกองทุนทุกเดือนด้วยจำนวนเงินคงที่ (เช่น 5,000 บาท) จะช่วยลดความเสี่ยงจากการจับจังหวะตลาดและสร้างวินัยได้ดี
  • ​กระจายการลงทุน (Diversification):
    • กระจายความเสี่ยงด้านสินทรัพย์ อย่าลงทุนในสินทรัพย์ใด สินทรัพย์หนึ่งทั้งหมดของเงินออม
    • กระจายความเสี่ยงด้านภูมิศาสตร์ อย่าลงทุนในประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป เช่น การกระจายความเสี่ยงไปในตลาดหุ้นทั่วโลก
      การกระจายความเสี่ยงจะช่วยให้พอร์ตของน้องแก้มเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
  • ​เนื่องจากน้องแก้มรับความเสี่ยงได้สูงจากระยะเวลา 25 ปี น้องแก้มควรลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย 5%-7% ต่อปี:

สัดส่วน

สินทรัพย์ที่แนะนำ

65%

กองทุนรวมหุ้นต่างประเทศ/ทั่วโลก (Global Equity Fund) (เช่น ดัชนี S&P 500 หรือ MSCI World)

25%

กองทุนรวมตราสารหนี้ทั่วโลกแบบ investment grade

10%

ทรัพย์สินทางเลือก เช่น ทองคำ

ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีให้เต็มเงื่อนไข

พิจารณา RMF (Retirement Mutual Fund), กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, ประกันบำนาญ ฯลฯ

  • การทบทวนแผน: ควรทบทวนพอร์ตการลงทุนและแผนการเงินอย่างน้อยปีละครั้ง หรือทุก 3-5 ปี เพื่อปรับสัดส่วนการลงทุนให้สอดคล้องกับอายุและความเสี่ยงที่สามารถรับได้

จุดที่ต้องระวัง

  • ​เงินเฟ้อ: ตรวจสอบแผนการลงทุนทุก 3-5 ปี หากผลตอบแทนต่ำกว่า 5%/ปี น้องแก้มอาจต้องเพิ่มเงินออมหรือปรับกลยุทธ์
  • ​การเพิ่มรายได้: หากน้องแก้มไม่สามารถลงทุนได้ถึง 22,340 บาท/เดือน น้องแก้มจำเป็นต้องหารายได้เสริม หรือ พัฒนาความรู้ความสามารถของเราให้สูงขึ้น เพื่อโอกาสในการทำงานในตำแหน่งที่สูงขึ้น เพื่อให้การออมต่อเดือนสามารถทำได้จริง
  • ​การลดค่าใช้จ่ายปัจจุบัน: ลองทบทวนค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นเพื่อเพิ่มเงินลงทุนให้มากขึ้น ลองทำบัญชีรายรับ รายจ่ายดูนะ จะช่วยให้น้องแก้มสามารถบริหารรายรับ รายจ่ายได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

​สรุป: น้องแก้มแก้มมีจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ควร ปรับเป้าหมายเงินก้อนเกษียณ ให้สูงขึ้นตามผลกระทบจากเงินเฟ้อ

​แต่หากน้องแก้มยังอยากมองที่เป้าหมาย 5 ล้านบาทในอีก 25 ปี (เกษียณตอนอายุ 60 ปี) เหมือนเดิม สามารถทำได้ ด้วยหลักการเดียวกัน

อัตราผลตอบแทนต่อปี

3%

4%

5%

6%

เงินที่ต้องออมเพื่อเกษียณต่อเดือน

10,262

 8,670

7,227

5,926

เงินออมต่อเงินเดือน

26%

22%

18%

15%

ที่ผลตอบแทน 5%/ปีเท่าเดิม น้องแก้มก็ออมเพียง 8,670 บาท/เดือน (22%ของเงินเดือนหลังภาษี) ก็สามารถมี 5 ล้านบาท ณ วันที่เกษียณได้

น้องแก้มเลือกเอานะ อยากสบายตอนนี้ ลำบากตอนแก่ ก็เลือกเป้า 5 ล้านบาท หรือ ลำบากตอนนี้ สบายตอนแก่ ก็เลือกเป้า 14 ล้านบาท

อ้อ ที่น้องแก้มถาม หนูยังไม่เคยซื้อประกันสุขภาพเลย ต้องเริ่มด้วยรึเปล่า? ไม่ต้องนะ เพราะน้องมีสวัสดิการรักษาพยาบาลจากกองทุนประกันสังคมอยู่แล้ว แม้จะไม่ดีมาก แต่ก็ดีพอสมควรเลยนะ ที่สำคัญ คือ เราจ่ายเงินสำหรับสวัสดิการรักษาพยาบาลประกันสังคมทุกเดือนอยู่แล้วที่ 1.5% ของ 15,000 บาท คือ 225 บาท ถ้าเจ็บป่วยแล้วไม่ใช้ เสียดายแย่

และหากยามที่น้องแก้มเกษียณและเลือกรับบำนาญชราภาพ ทำให้เสียสิทธิประโยชน์ด้านสวัสดิการรักษาพยาบาลของกองทุนประกันสังคม แต่น้องแก้มก็ยังมีสวัสดิการรักษาพยาบาลจาก สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) "30 บาทรักษาทุกที่" ที่รัฐบาลจัดให้คนไทยทุกคนที่ไม่มีสิทธิอื่น เช่น ประกันสังคมหรือสิทธิข้าราชการ ฯลฯ คุณภาพก็ดีไม่แพ้สวัสดิการรักษาพยาบาลของกองทุนประกันสังคมเลย ที่สำคัญคือ ฟรี

ติดตามข่าวสารของสมาคมได้ทาง

   ประกาศความเป็นส่วนตัวการใช้งานคุ๊กกี้        ประกาศความเป็นส่วนตัว        แผนผังเว็บไซต์
สงวนลิขสิทธิ์ 2560 สมาคมนักวางแผนการเงินไทย
CFP®,CERTIFIED FINANCIAL PLANNER™, and are trademarks owned outside the U.S. by Financial Planning Standards Board Ltd.
Thai Financial Planners Association is the marks licensing authority for the CFP marks in Thailand, through agreement with FPSB.

สมาคมนักวางแผนการเงินไทย
ชั้น 6 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
93 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง
กรุงเทพมหานคร 10400

โทรศัพท์: 0 2009 9393
Website: www.tfpa.or.th