บทความ: ภาษีและมรดก
ยื่นแบบให้ดี ไม่ถูกเรียกภาษีย้อนหลัง
ถึงช่วงเทศกาลยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากันแล้ว แม้สรรพากรจะพัฒนาระบบการยื่นภาษีเงินได้อย่างไรก็ตาม มักจะมีคนเข้าใจผิด ทำให้ผิดพลาดโดยสุจริต ยื่นภาษีไม่ครบ ทำให้ถูกสรรพากรเรียกภาษีย้อนหลัง เสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มอย่างไม่ควรเสีย
เพื่อการยื่นภาษีอย่างถูกต้อง และบริหารภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้เรามาคุยกันในเรื่องที่เข้าใจผิดกันบ่อยๆเกี่ยวกับการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในส่วนที่เกี่ยวกับการลงทุนที่ได้รับประโยชน์ทางภาษี อย่างเช่น RMF, LTF, SSF, TESG กันนะ
ไม่มีเงินได้ไม่ต้องซื้อ RMF
ผิดครับ เงื่อนไขหลักของการซื้อ RMF ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 401) เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้สําหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่าย เป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนและการถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ คือ
(๑) ผู้มีเงินได้ต้องซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพไม่น้อยกว่าปีละ 1 ครั้ง และต้องไม่ระงับการซื้อหน่วยลงทุนเป็นเวลาเกินกว่า 1 ปี ติดต่อกัน
(๒) ผู้มีเงินได้จะต้องถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับตั้งแต่วันซื้อหน่วยลงทุนครั้งแรก และไถ่ถอนหน่วยลงทุนดังกล่าวเมื่อผู้มีเงินได้นั้นมีอายุไม่ต่ำกวา 55 ปีบริบูรณ์เว้นแต่ผู้มีเงินได้ไถ่ถอนหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพเพราะเหตุทุพพลภาพ หรือตาย
และเมื่อซื้อ RMF แล้ว ต้องนำไปยื่นเพื่อคำนวณภาษีด้วย แม้ว่าเงินได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่จะไม่ต้องเสียภาษีก็ตาม เพื่อประโยชน์ในการนับปีที่ซื้อ RMF ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 91) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข สำหรับกรณีผู้ถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ได้รับเงิน หรือผลประโยชน์ใดๆจากกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ เพราะเหตุสูงอายุทุพพลภาพ หรือตาย ข้อ 1 ระบุว่า “การนับระยะเวลาการถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพตามวรรคหนึ่งให้นับเฉพาะปีที่ผู้ถือหน่วยลงทุนได้ซื้อหน่วยลงทุน และได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้...”
มีเงินได้ที่เสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายแล้ว และเลือกไม่นำมารวมคำนวณภาษีเงินได้ปลายปี (ภาษีสุดท้าย : Final tax) ไม่สามารถนำมาคำนวณเป็นฐานในการซื้อ RMF, SSF, TESG ได้
ผิดครับ หลายคนเลือกที่จะไม่นำเงินได้ที่เสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายแล้วมารวมคำนวณภาษีเงินได้ปลายปี (ภาษีสุดท้าย : Final tax) เพื่อเพิ่มฐานเงินได้ในการซื้อ RMF, SSF หรือ TESG เพราะเกรงว่าจะทำให้เงินได้สูงเพิ่มขึ้นจะเสียภาษีเงินได้มากขึ้น จริงๆแล้ว เราสามารถกรอกเงินได้ประเภทภาษีสุดท้ายเหล่านี้ในแบบ ภงด.ได้ ในหัวข้อ “เงินได้พึงประเมินที่ได้ใช้สิทธิเลือกเสียภาษีโดยไม่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีกับเงินได้อื่น” ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถนำเงินได้ประเภทภาษีสุดท้ายมารวมคำนวณเป็นฐานเงินได้ในการซื้อ RMF, SSF หรือ TESG ได้ โดยไม่ทำให้ฐานเงินได้ในการคำนวณภาษีเงินได้เพิ่มสูงขึ้น
ขายคืน LTF , RMF แบบถูกเงื่อนไข กำไรที่ได้ไม่ต้องยื่นภาษี
ผิดครับ ปีนี้เป็นปีที่คนซื้อ LTF ในปี 2562 จะถือ LTF 1ครบกำหนด 7 ปีปฏิทิน สามารถขายคืน LTF ได้ โดยกำไรจากการขายคืนยกเว้นภาษี หลายคนจึงมักเข้าใจผิดว่า ไม่ต้องนำกำไรมายื่นภาษี แต่ที่ถูก คือ แม้ว่าเราจะขายคืน RMF, LTF แบบถูกกฎหมาย กำไรที่ได้ยกเว้นภาษีแล้ว ยังต้องเอากำไรนั้นมากรอกในแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อยู่ในประเภทเงินได้มาตรา 40(8)
ซึ่งแตกต่างจากเงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีอื่นๆ เช่น กำไรจากการลงทุนในหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ดอกเบี้ยออมทรัพย์หรือเงินปันผลสหกรณ์ ดอกเบี้ยเงินฝากออมสินของรัฐบาลเฉพาะประเภทฝากเผื่อเรียก รางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลสลากออมสิน ฯลฯ เราไม่ต้องนำเงินได้นั้นมาแสดงในแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
และกำไรของ RMF, LTF, SSF ที่เกิดจากการลงทุนผิดเงื่อนไข กำไรที่ได้ต้องนำมายื่นรวมคำนวณภาษี โดยกรอกในแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ฯ เช่นกัน ซึ่งเราต้องคืนภาษีที่ได้ลดหย่อน และอาจเสียเงินเพิ่ม 1.5%/เดือน อีกด้วย