บทความ: บริหารจัดการเงิน
5 จุดเช็กลิสต์สำคัญ รู้ทันสุขภาพการเงินประจำปี
เผยแพร่วันที่ 20 ธ.ค. 2567
หลายคนอาจสังเกตว่าทุกครั้งที่เข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี หมอมักจะเริ่มต้นด้วยการวัดความดัน ชั่งน้ำหนัก ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด และค่าไขมันต่าง ๆ เพื่อประเมินสภาวะสุขภาพโดยรวม การดูแลสุขภาพทางการเงินก็เช่นกัน จำเป็นต้องมีตัวชี้วัดที่ชัดเจนเพื่อบอกได้ว่า ณ วันนี้ มีสถานะทางการเงินเป็นอย่างไร กำลังเดินไปถูกทางหรือไม่ ซึ่งการวางแผนการเงินที่ดีก็ต้องเริ่มต้นจากการทำความรู้จักกับงบดุลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นเสมือนแผนที่ทางการเงินที่จะช่วยให้เห็นภาพรวมชีวิตการเงินของตัวเองได้ชัดเจนขึ้น ดังนั้น การจะวางแผนการเงินให้ประสบความสำเร็จ ก็ต้องเริ่มจากการรู้จักตัวเลขสำคัญในชีวิตก่อน ตัวเลขเหล่านี้จะเป็นเหมือนเข็มทิศที่คอยชี้นำทางให้ไปถึงเป้าหมายทางการเงินที่ฝันไว้ได้
1. สินทรัพย์ เป็นทรัพย์สินมีค่าที่เราครอบครอง เช่น เงินสดและเงินฝากธนาคาร เงินลงทุนในกองทุนรวม หุ้น พันธบัตร อสังหาริมทรัพย์ ทรัพย์สินมีค่าต่าง ๆ
2. หนี้สิน เป็นภาระผูกพันทางการเงิน เช่น หนี้บัตรเครดิต เงินกู้ธนาคาร ผ่อนบ้าน รถ
3. ความมั่งคั่งสุทธิ คือ มูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมดที่เรามีเหลืออยู่ หลังจากหักหนี้สินที่มีทั้งหมดแล้ว
จากตัวเลขพื้นฐานที่ได้รู้จักกันไปข้างต้น เปรียบเสมือนผลตรวจสุขภาพที่บ่งบอกสถานะร่างกายของตัวเอง ตัวเลขทางการเงินเหล่านี้ก็เป็นเหมือนกระจกสะท้อนให้เห็นว่าสุขภาพการเงินเป็นอย่างไร มีจุดแข็งตรงไหน หรือมีความเสี่ยงที่ต้องระวังหรือไม่ เมื่อรู้จุดยืนของตัวเองชัดเจนแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะมาดูแลและเสริมสร้างความแข็งแรงทางการเงินด้วยการตรวจเช็ก 5 จุดสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ซึ่งจะช่วยให้สามารถวางแผนและปรับกลยุทธ์ทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
เช็กลิสต์ที่ 1 สำรวจเป้าหมายและสถานะการเงิน จุดเริ่มต้นสู่ความสำเร็จ
การเดินทางที่ไม่มีจุดหมายปลายทาง มักจะทำให้หลงทางหรือวนเวียนอยู่กับที่ การวางแผนการเงินก็เช่นกัน การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้มีทิศทางและแรงผลักดันในการเดินหน้าสู่ความสำเร็จ ลองนึกภาพว่าชีวิตการเงินเป็นเหมือนการเดินทางที่มีจุดแวะพักหลายระยะ
โดยเริ่มจากเป้าหมายระยะสั้น 1 - 3 ปีแรก ที่เปรียบเสมือนด่านแรกที่ต้องผ่านไปให้ได้ เช่น การสร้างเงินสำรองฉุกเฉินให้เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่าย 3 - 6 เดือน หรือการวางแผนผ่อนชำระหนี้ให้หมดไป ถัดมาเป็นเป้าหมายระยะกลาง 3 - 7 ปี ที่อาจเป็นความฝันที่ใหญ่ขึ้น เช่น การเก็บเงินดาวน์บ้านหลังแรก การวางแผนค่าเล่าเรียนลูก หรือการขยายธุรกิจ ซึ่งต้องใช้เวลาและความทุ่มเทมากขึ้น
สุดท้าย คือ เป้าหมายระยะยาว 7 ปีขึ้นไป ที่เปรียบเสมือนปลายทางสำคัญของชีวิต เช่น การเกษียณอย่างมีความสุข การศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น หรือการสร้างมรดกให้ลูกหลาน
สิ่งสำคัญคือ ต้องหมั่นทบทวนและประเมินว่ากำลังเดินทางไปถูกทางหรือไม่ เหมือนการใช้ GPS ที่คอยบอกว่ายังอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้องหรือต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางใหม่ เพราะบางครั้งสถานการณ์ชีวิตอาจเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ต้องปรับแผนหรือเปลี่ยนเป้าหมายให้สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริง
เช็กลิสต์ที่ 2 ตรวจสอบพอร์ตการลงทุน ปรับแต่งเครื่องยนต์สู่ความมั่งคั่ง
เปรียบเสมือนรถยนต์ที่ต้องได้รับการดูแลและตรวจเช็กสภาพอย่างสม่ำเสมอ พอร์ตลงทุนก็เช่นกัน ต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างต่อเนื่อง เพราะนี่คือเครื่องจักรสำคัญที่จะขับเคลื่อนความมั่งคั่งไปสู่เป้าหมายทางการเงิน
ขั้นแรก ต้องตรวจสอบว่าเครื่องยนต์ทางการเงินกำลังทำงานได้ตามที่คาดหวังไว้หรือไม่ โดยเปรียบเทียบผลตอบแทนที่ได้รับกับเป้าหมายที่วางไว้ จากนั้นมาดูการกระจายความเสี่ยง (Asset Allocation) ว่ามีการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ อย่างเหมาะสมหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นหุ้น พันธบัตร กองทุนรวม หรืออสังหาริมทรัพย์
สุดท้าย อย่าลืมปรับสมดุลพอร์ต (Portfolio Rebalancing) เป็นระยะ เหมือนการปรับจูนเครื่องยนต์ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะเมื่อสภาพตลาดเปลี่ยนแปลงไป หรือเมื่อสัดส่วนการลงทุนเบี่ยงเบนไปจากที่วางแผนไว้
เช็กลิสต์ที่ 3 ทบทวนความคุ้มครอง เกราะป้องกันที่ไม่ควรมองข้าม
ในการเดินทางของชีวิต ไม่มีทางรู้ว่าจะเจออะไรข้างหน้าบ้าง เหมือนนักเดินทางที่ต้องมีอุปกรณ์ป้องกันตัวติดตัวไว้เสมอ การมีประกันที่เหมาะสมก็เปรียบเสมือนเกราะป้องกันที่จะช่วยรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้น เริ่มจากการตรวจสอบวงเงินคุ้มครอง ซึ่งต้องสอดคล้องกับภาระทางการเงินในปัจจุบัน เช่น ถ้ามีภาระหนี้สิน หรือมีคนในครอบครัวที่ต้องดูแล วงเงินคุ้มครองชีวิตควรมีมากพอที่จะรองรับภาระเหล่านี้หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน
ต่อมา พิจารณาความครอบคลุมของแผนประกันว่าตอบโจทย์ความต้องการในแต่ละช่วงชีวิตหรือไม่ บางคนอาจต้องการเน้นการคุ้มครองสุขภาพ บางคนอาจต้องการเน้นการออมควบคู่ไปด้วย ซึ่งต้องปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์และความจำเป็น
สุดท้าย อย่าลืมเปรียบเทียบค่าเบี้ยประกันกับผลประโยชน์ที่ได้รับ เหมือนการชั่งน้ำหนักระหว่างต้นทุนและความคุ้มค่า เพราะการจ่ายเบี้ยประกันที่สูงเกินไปอาจกระทบต่อเป้าหมายทางการเงินอื่น ๆ ได้ แต่การมีความคุ้มครองที่น้อยเกินไปก็อาจไม่เพียงพอเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
เช็กลิสต์ที่ 4 วางแผนภาษี ศิลปะแห่งการประหยัดที่ต้องเข้าใจ
หลายคนมองว่าการเสียภาษีเป็นเรื่องน่าปวดหัว แต่จริง ๆ แล้ว การวางแผนภาษีที่ดีเปรียบเสมือนรางวัลที่ภาครัฐมอบให้ผ่านสิทธิประโยชน์ทางภาษีในรูปแบบต่าง ๆ ที่จะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เริ่มต้นด้วยการสำรวจสิทธิลดหย่อนภาษีที่มีอยู่ เหมือนการเดินในห้างสรรพสินค้าที่มีส่วนลดมากมาย แต่ต้องรู้ว่าส่วนลดไหนเหมาะกับตัวเอง ช่น ค่าลดหย่อนประกันชีวิต ประกันสุขภาพ เงินสะสมประกันสังคม หรือดอกเบี้ยเงินกู้บ้าน
สำหรับผู้ที่มองหาการลงทุนระยะยาว การลงทุนในกองทุน RMF หรือ SSF นับเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแล้ว ยังเป็นการสร้างวินัยการออมไปในตัว นอกเหนือจากนี้ สำหรับผู้ที่อยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม การบริจาคให้องค์กรการกุศลที่ได้รับการรับรอง นอกจากจะได้บุญแล้ว ยังสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย เรียกได้ว่าได้ประโยชน์ทั้งสองทาง
เช็กลิสต์ที่ 5 แผนเกษียณ การเตรียมพร้อมสู่อิสรภาพทางการเงิน
ลองนึกภาพวันที่เราไม่ต้องตื่นเช้าไปทำงาน มีเวลาทำในสิ่งที่รัก เดินทางท่องเที่ยวได้ตามใจปรารถนา โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทอง นี่คือภาพฝันของวัยเกษียณที่หลายคนปรารถนา แต่จะทำอย่างไรให้ความฝันนี้เป็นจริงได้
ก้าวแรก คือ การคำนวณจำนวนเงินที่ต้องการในวัยเกษียณ โดยพิจารณาจากรูปแบบการใช้ชีวิตที่ต้องการ ค่าใช้จ่ายประจำ รวมถึงค่ารักษาพยาบาลที่อาจเพิ่มขึ้นในวัยเกษียณ จากนั้นมาสำรวจแหล่งรายได้ที่จะมีหลังเกษียณ เช่น เงินบำเหน็จบำนาญ เงินประกันสังคม ผลตอบแทนจากการลงทุน หรือรายได้จากธุรกิจ เพื่อดูว่าเพียงพอกับความต้องการหรือไม่
สุดท้าย วางแผนการออมและการลงทุนอย่างเป็นระบบ เริ่มต้นเร็วยิ่งดี เพราะยิ่งมีเวลาสะสมมากเท่าไร โอกาสที่เงินจะงอกเงยผ่านดอกเบี้ยทบต้นก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น เลือกเครื่องมือการลงทุนที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นกองทุนรวมเพื่อการเกษียณ พันธบัตร หรือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างรายได้ประจำ
เคล็ดลับสู่ความสำเร็จในการดูแลสุขภาพการเงิน
การเดินทางสู่ความมั่นคงทางการเงิน เปรียบเหมือนการออกกำลังกายที่ต้องอาศัยวินัยและความสม่ำเสมอ เพื่อให้การตรวจสอบสุขภาพการเงินเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เริ่มจากการกำหนดวันสำคัญในการตรวจสอบให้แน่นอน อาจเป็นวันเกิด วันขึ้นปีใหม่ หรือวันครบรอบการทำงาน เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำและปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ในยุคดิจิทัลเช่นนี้สามารถใช้แอปพลิเคชันต่าง ๆ มาช่วยติดตามค่าใช้จ่ายและการลงทุน ทำให้การจัดการการเงินง่ายขึ้นมาก
เมื่อเจอประเด็นที่ซับซ้อนหรือต้องการมุมมองที่หลากหลาย อย่าลังเลที่จะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพราะบางครั้งมุมมองจากมืออาชีพอาจช่วยให้เห็นโอกาสหรือความเสี่ยงที่มองข้ามไป และสิ่งสำคัญที่สุด คือ การดูแลสุขภาพการเงินต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ชีวิตที่เปลี่ยนไป
การดูแลสุขภาพการเงินก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถของใคร เพียงแค่ให้ความสำคัญและใส่ใจอย่างสม่ำเสมอ ผลลัพธ์ที่ได้จะเกินคุ้มกับความพยายามที่ทุ่มเทไป เพราะนี่คือการลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับอนาคตของตัวเราเองและครอบครัว